สนใจฝากขายทรัพย์สิน ในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ติดต่อ คุณ สุกฤช 02 521 5485 , 095 956 8585....โดยทีมงานมืออาชีพ...มากประสบการณ์...ชำนาญพื้นที่...สมาชิกสมาคม นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย TREBA NO. 5703 000 485

ค้นหาทรัพย์

ห้องนอน/ห้องน้ำ
ช่วงราคา
-

รถไฟฟ้า-รถไฟรางคู่ ปลุกอสังหาฯ พลิกโฉมเมือง

  • วันศุกร์, 10 ตุลาคม 2557 00:00
 
  รถไฟฟ้า-รถไฟรางคู่ ปลุกอสังหาฯ พลิกโฉมเมือง

          ยุทธศาสตร์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เมกะโปรเจกต์มูลค่า 2.4 ล้านล้านบาท ของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือเป็นการลงทุน ที่จะมีผลต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ครั้งใหญ่ทั้งใน กทม. ปริมณฑล และหัวเมืองในภูมิภาค โดยมีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าจำนวน 10 สายทาง และโครงการพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง เป็นโปรเจกต์สำคัญที่จะทำให้เกิดการพลิกหน้าดินเพื่อการพัฒนาในอนาคต

          สำหรับ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่อยู่ ในแผนจำนวน 10 สายทาง จะประกอบด้วย 1.รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม (ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต-มหาชัย) 2.รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน (ศาลายา-หัวหมาก) 3.ส่วนต่อขยายแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ (พญาไทบางซื่อ-ดอนเมือง) 4.สายสีม่วง (บางใหญ่บางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ) 5.สายสีเขียว (หมอชิตสะพานใหม่-คูคต และแบริ่ง-สมุทรปราการบางปู)

          6.สายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย (หัวลำโพงบางแค และบางซื่อ-ท่าพระ-พุทธมณฑลสาย 4) 7.สายสีส้ม (ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรมมีนบุรี) 8.สายสีชมพู (แคราย-ปากเกร็ดมีนบุรี) 9.สายสีเหลือง (ลาดพร้าวพัฒนาการ-สำโรง) และ 10.สายสีเขียวอ่อน

          (ยศเส-สนามกีฬาฯ-สะพานตากสิน-บางหว้า)

          จาก 10 เส้นทางตามแผนยุทธศาสตร์ กระทรวงคมนาคมได้กำหนดแผนเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการใน 6 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ 2.รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ 3.รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และช่วงแบริ่งสมุทรปราการ 4.รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วง แคราย-มีนบุรี 5.รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรี และ 6.รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ

          นอกจากนี้ ยังมีรถไฟฟ้าสาย สีเขียว ช่วงสะพานใหม่- คูคต สายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมมีนบุรี สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าวพัฒนาการ สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน ส่วนต่อขยายแอร์พอร์ตลิงค์ พญาไท-ดอนเมือง และส่วนต่อขยายสายสีแดง ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่อยู่ในแผนที่จะต้องเร่งดำเนินงานเช่นกัน

          โครงการรถไฟฟ้าจะทำให้เกิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใน พื้นที่ใหม่ๆ ตามแนวรถไฟฟ้ากระจายไปทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีคอนโดมิเนียมเป็นตัวชูโรงที่จะขยายตัวออกจากศูนย์กลางของเมืองไปอยู่ใน เขตเมืองชั้นกลางที่ต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้า โดยเฉพาะจุดตัดสถานีต่างๆ จะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ การพัฒนาสูง จะเกิดการพัฒนาคอนโดมิเนียมในระดับราคา 1-2 ล้านบาท เป็นหลัก

          พื้นที่ ชั้นกลางของเมืองที่จะกลายเป็นทำเลแห่งอนาคต เช่น เกษตร-นวมินทร์ เตาปูน บางซื่อ ลาดพร้าว บางกะปิ มีนบุรี บางนา ท่าพระ เพชรเกษม จรัญสนิทวงศ์ เป็นต้น ขณะที่พื้นที่ปลายทางของแนวรถไฟฟ้าที่มุ่งสู่ชานเมือง เช่น รังสิต ลำลูกกา บางใหญ่ บางบัวทอง จะกลายเป็นตลาด ที่อยู่อาศัยแนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยว 4-5 ล้านบาท ทาวน์เฮ้าส์ 2-3 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท

          ขณะที่บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) ประเมินว่า 5 ทำเลที่จะมาแรงในอนาคตจากการเกิดขึ้นของโครงข่ายรถไฟฟ้า ได้แก่1)สาทร-ตากสิน ไปจนถึงธนบุรี-วุฒากาศ 2)ทำเลเพชรเกษม-จรัญสนิทวงศ์ 3) ทำเล บางโพ-บางซื่อ-กรุงเทพฯ นนท์ 4) ทำเลย่าน ถ.พหลโยธิน-เสนาฯ และเกษตร-นวมินทร์ และ 5) บริเวณจุดตัดแยกบางนา-สรรพาวุธ

          ที่ดิน เหล่านี้ได้มีการปรับราคามาอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นทำเลสำคัญที่มี การเปลี่ยน แปลงจากชุมชนเก่ามาสู่การพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่จะเกิดขึ้นอย่างคึกคัก

          ใน ส่วนของการพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง ได้แก่ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ขนาดราง 1 เมตร เชื่อมต่อกับโครงข่ายทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รวมทั้งสิ้น 6 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.สายชุมทางจิระ-ขอนแก่น 185กม. 2.สายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 167 กม. 3.สายนครปฐม-หัวหิน 165 กม. 4.สายมาบกะเบานครราชสีมา 132 กม. 5.สายลพบุรี- ปากน้ำโพ 148 กม. และ 6.ช.สายหัวหินประจวบคีรีขันธ์ 90 กม.

          รวมถึงโครงการก่อสร้าง รถไฟขนาดรางมาตรฐานความกว้าง 1.435 เมตร 2 เส้นทาง ได้แก่ สายอีสาน หนองคาย-โคราช-สระบุรีแหลมฉบัง-มาบตาพุด ระยะทาง 737 กม. และ สายเหนือ เชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี ระยะทาง 655 กม. จะเสริมศักยภาพให้หัวเมืองใหญ่ๆ ตามสถานีรถไฟทางคู่ และเมืองที่เชื่อมต่อกับการค้าชายแดน ให้เกิดการลงทุนอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น เพราะเป็นเมืองที่มีศักยภาพการพัฒนาอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว

          การ พัฒนาจะเริ่มจากธุรกิจโรงแรม ธุรกิจค้าปลีก ที่รองรับการเดินทางของคน โกดังหรือศูนย์กระจายสินค้า จะรองรับการขนส่งสินค้า และจึงตามด้วยการพัฒนาที่อยู่อาศัย

          สำหรับจังหวัดที่จะกลาย เป็นดาวจรัสแสงในภูธรหลังจากโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง เริ่มเดินหน้า ได้แก่ จ.สระบุรี นครราชสีมา หนองคาย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง พระนคร- ศรีอยุธยา นครสวรรค์ พิษณุโลก เป็นต้น

          การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาค รัฐจะช่วยกระจายความเจริญไปยังหัวเมืองต่างๆ โดยเฉพาะหัวเมืองหลักที่มีศักยภาพอยู่ก่อนแล้ว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น อุดรธานี ชลบุรี เป็นต้น ในภาคอีสาน เมืองอย่างขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย จะกระจายไปจังหวัดใกล้เคียง เช่น มหาสารคาม ส่วนชลบุรีและระยอง เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ในตัวเองอยู่แล้ว จะทำให้การพัฒนาอสังหา ริมทรัพย์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

          อย่างไร ก็ตาม คงจะต้องติดตามความ คืบหน้าของแผนงานกันอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า รัฐบาลมีวาระการทำงานประมาณ 1 ปี หรือมากกว่านั้นเล็กน้อย กับโครงการที่มีอยู่เต็มมือ จะสามารถผลักดัน ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมได้มากน้อย ขนาดไหน

          แผนระบบรางเร่งด่วน

          * รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และสะพานใหม่-คูคต

          * รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี

          * รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี

          * รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-พัฒนาการ

          * รถไฟสายบางซือ-พญาไท-มักกะสัน แอร์พอร์ตลิงค์ส่วนต่อขยายพญาไท-ดอนเมือง

          * รถไฟส่วนต่อขยายสายสีแดง ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

          รถไฟทางคู่จำนวน 3 เส้นทาง

          * สายชุมทางจิระ-ขอนแก่น

          * สายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร

          * สายนครปฐม-หัวหิน


Cr :  www.reic.or.th/News